November 14, 2009

เนื้อคู่มีจริงหรือไม่

Posted in Uncategorized at 10:13 am by kewpie

ถาม - เนื้อ คู่มีจริงหรือไม่? ใช้เกณฑ์อะไรวัดว่าคนที่เราคบอยู่เป็นเนื้อคู่ของเราหรือเปล่า? นอกจากนี้ กรรมและบุญจะส่งผลต่อการเกิดมาเป็นคู่กันได้อย่างไร?

เนื้อ คู่ในแบบที่ชาวโลกเพ้อว่าเป็นไปตามอุดมคติ ชนิดที่ติดตามกันไปทุกภพทุกชาติ ไม่พรากจากกันเลยนั้น ไม่มีหรอกครับ ดูจากในชาดกก็ได้ บางชาติพระนางพิมพา คู่บารมีของพระโพธิสัตว์ ยังเป็นมเหสีของพระอานนท์เลย

สิ่งที่ควรดู คือเมื่อเข้าคู่กันแล้ว

๑) รู้สึกว่าใช่หรือเปล่า (เป็นเรื่องของสัญญาณที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกล้วนๆ)

๒) เกิดแต่เรื่องดีๆเมื่ออยู่ด้วยกันหรือเปล่า (วัดผลของอดีตกรรมที่ให้เป็นวิบากฝ่ายดี)

๓) ร่วมกันเปลี่ยนอุปสรรคหรือเรื่องร้ายให้กลายเป็นดีได้หรือเปล่า (ดูปัจจุบันกรรมที่เอื้อให้เกื้อกูลร่วมทุกข์ร่วมสุขกันได้แค่ไหน)

๔) เกิด แรงบันดาลใจให้คิด พูด ทำดีๆต่อกันและต่อคนรอบข้างหรือเปล่า (ปัจจุบันกรรมที่จะให้ผลเป็นวิบากอนาคตที่สดใสหรือไม่ เท่าที่ผมพบมา คู่ที่จรรโลงใจกันด้วยบุญ เลี้ยงใจกันด้วยบุญไม่ขาดสายเท่านั้น ที่ไม่เบื่อ ไม่แห้งแล้งต่อกันเสียก่อนตาย)

สรุป คือเข้าคู่กันแล้วรู้สึกดีๆ เกิดเรื่องดีๆก็ใช่เลยครับ และไม่ต้องไปหมายมั่นเอาว่านั่นคือเครื่องแสดงความถาวร เป็นเนื้อคู่นิรันดร์ เพราะสังสารวัฏไม่มีอะไรอย่างนั้นให้ มีแต่เปลี่ยนกับเปลี่ยนครับ จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นหรือเลวลงเท่านั้น

การ ที่มีอัตภาพได้มาเจอกันแล้วรู้สึกดี ก็ถือว่าเป็นบุญเก่าที่ให้ผลเป็นกุศลวิบากอยู่แล้ว นั่นเป็นของในอดีตล้วนๆ นับแต่วินาทีแรกที่พบกัน แม้ว่าวิบากเก่าอาจจะยังให้ผลไม่หมดสิ้น มีแรงหนุนให้อยากคบหา หรือมีความหนุนเนื่องให้เกิดเหตุการณ์ดีๆ ปัจจัยประกอบดีๆ ก็ต้องถือว่าทั้งสองต้องเลือกเอาเอง กำหนดเอาเอง ว่าจะทำปัจจุบันให้เป็นอย่างไร ถางทางอนาคตให้ดีร้ายแค่ไหน จะเลี้ยงความรู้สึกดีต่อกันไว้ได้นั้น บุญเก่าอาจมีส่วนในแง่ของการเอื้อปัจจัย แต่ไม่ได้เป็นประกันชัดเจนเหมือนบุญใหม่แน่นอน ทำนองเดียวกันกับที่เราอาจใช้ชีวิตตอนต้นเร่งสร้างเงินทอง

เมื่อ มีฝากธนาคารหลายๆล้านแล้ว ก็เรียกว่าเป็นปัจจัยหนุนเนื่องที่ดี ที่จะสร้างความสุขสมบูรณ์ให้ชีวิต แต่ใครจะรู้ คนบางคนพอมีเงินมาก แทนที่จะใช้ในทางดี กลับเอาไปเล่นพนัน ลงขวดเหล้า ลงอ่างน้ำ เป็นพิษสุราเรื้อรังก็ได้ เป็นเอดส์ก็มี หรือแย่น้อยกว่านั้นหน่อยก็อาจเอาแต่กินๆนอนๆ เงินทองไม่สั่งสมเพิ่มขณะที่ต้องจ่ายมากตามฐานะที่รวยมาก ในที่สุดก็หมดแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเมื่อเวลาผ่านไป

ทำนอง เดียวกัน สมมุติว่าสองคนสร้างบุญมาด้วยกัน ชาติใกล้ชักชวนกันทำทานเป็นงานอดิเรก ต่างฝ่ายต่างก็ได้แดนเกิดร่ำรวย ไม่ขัดสน พอมาเจอกัน คบกัน อยู่ด้วยกันไม่ทันไร อยากทำธุรกิจค้าขาย ก็อาจรวยไม่รู้เรื่อง ชาติใกล้เตือนกันและกันตั้งใจรักษาศีล ให้บริสุทธิ์ ต่างฝ่ายต่างมีรูปร่างหน้าตาต้องใจเพศตรงข้าม พอมาเจอกัน ก็เอ็นดูเสน่หา หลงใหลในกันและกันรุนแรง ชนิดที่ใครอื่นหมื่นแสนก็ทำให้หลงไม่ได้เท่า ชาติใกล้อาจจูงมือกันเข้าวัดเข้าวา ฝึกภาวนาให้เกิดความตั้งมั่นทางจิตใจ เจริญปัญญาให้แก่กล้าหวังความหลุดพ้นในที่สุดด้วยกัน ตั้งความปรารถนาว่าจะพบเพื่อเกื้อกูลกันให้ถึงที่สุดทุกข์ ไม่ขวางกันและกันในเส้นทางมรรคผล พอมาเจอกัน ก็เกิดความผ่องใส เย็นรื่น แค่อยู่ด้วยกันเฉยๆก็อาจเป็นแรงสะกิด อีกฝ่ายให้สงบลงจากทุกข์ และโน้มน้าวกันให้ใฝ่แต่เรื่องแสนดี งดงาม ไม่เป็นที่ระคายต่อกัน เจอพระสงฆ์องค์เจ้าก็แต่ที่ดีๆ ไม่ลุ่มหลงประเภทพาญาติโยมลงเหว เป็นต้น

หน้าที่ ของวิบากฝ่ายกุศลเป็นอย่างนั้น ให้ผลตามเหตุปัจจัยเป็นเรื่องๆ ผมเคยพบคู่ตัวอย่างที่วิบากเก่าให้ผลดีรุนแรงพรั่งพร้อมมาบ้าง ประเภทนี้จะได้เปรียบตรงที่เจอกันปุ๊บจะรู้สึกว่าเข้ากันได้ปั๊บ และเกิดแรงบันดาลใจจะทำกุศลชนิดล้นๆร่วมกันแต่แรก

อย่าง ไรก็ตาม มีอีกมากนัก ที่ทำบุญมาด้วยกันแค่ระดับทาน อาจรวยร่วมกัน เจอกันยิ่งรวยมหารวยเป็นบ้าเป็นหลัง แต่ปัญญาที่จะประคองรักร่วมกันอาจขาดไป ได้กันแล้วก็เบื่อกัน ไม่ต่างกับเสพสมบัติชนิดอื่นๆ ฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงอาจมักมากในกามจนต้องออกไปเลอะเทอะข้างนอก และคนมีเงินนั้น ผิดศีลได้มากข้อนัก คงไม่ต้องขยายความ

มี อีกมากนัก ที่ชวนกันรักษาศีลมาก่อน จะโกหกนั้นไม่เอา บี้มดตบยุงก็ไม่ยอม แต่ขาดทานบารมีร่วมกันมา ชวนกันอดออม ชวนกันตระหนี่เสียมาก เพราะไม่รู้ค่าของทาน ไม่เชื่อผลของทาน เกิดมาเจอกันอาจจะรักกันดูดดื่มปานจะกลืน เพราะรูปสวยด้วยกันทั้งคู่ แต่ขอโทษ ต้องกัดก้อนเกลือกินจนตาย ถึงสัญญาเก่าที่เจือด้วยความบริสุทธิ์ของศีลจะดึงรั้งไม่ให้นอกใจกัน ก็อยู่ร่วมกันอย่างอัตคัดขัดสน ผอมแห้งแรงน้อย ก็เป็นเหตุให้เกิดความเบื่อหน่ายกันและกันอันเนื่องจากความเป็นอยู่ได้อีก

โดย ความไม่สมบูรณ์ของ ทาน ศีล ภาวนา ที่บำเพ็ญมาร่วมกัน คู่รักที่เป็นปุถุชนทั่วไปจึงมักขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือหลายสิ่ง ที่จะเป็นปัจจัยหล่อเลี้ยงตามวิถีทางธรรมชาติ ให้มั่นคงในรักต่อกัน หรือให้มีความสุขสดชื่นบำรุงจิตใจกันและกัน ฉะนั้นถ้าหากอยู่ด้วยกันแล้วไม่มีปัจจัยปรุงแต่งชนิดที่เป็นกุศลหล่อเลี้ยง ให้เกิดความชุ่มชื่นใหม่ๆ ทวีขึ้นทุกๆวัน ก็เป็นธรรมดาที่ความรักจะโรยราลงตามธรรมชาติใจที่เบื่อหน่ายของเก่าซ้ำซากจำ เจ เท่าที่เคยเห็นคู่ที่ติดใจกันและกันโดยเนื้อหนัง เวลาเบื่อจะหน่ายยิ่งกว่าเห็นปลาทูเค็ม เล็บยังไม่อยากจะแตะ เงาก็ไม่อยากจะเห็น นี่คือธรรมชาติเสื่อมโทรมทางความรู้สึกในกาม

เท่า ที่เห็นคู่ที่ทำบุญร่วมกันทุกวัน จะสัมผัสได้ถึงกระแสชนิดหนึ่ง เยือกเย็น อ่อนโยนเป็นธรรมชาติ กระแสชนิดนี้เหนี่ยวรั้งจิตวิญญาณทั้งฝ่ายชายและหญิง ให้เกิดความรู้สึกด้านดีต่อกัน แม้เบื่อกันทางเนื้อหนังแล้ว ก็ยังน่าจะอุ่นใจ เย็นกาย ไม่รู้สึกรังเกียจอีกฝ่ายเลย เหมือนแต่ละฝ่ายเป็นส่วนเติมความเย็นให้แก่กัน เข้าใกล้กันแล้วไม่ร้อน อยู่ร่วมกันนานแล้วไม่จืด เพราะคอยเติมความเย็นให้ทวีขึ้นเรื่อยๆ (ต้องดูปัจจัยภายในเช่นเจตนาและความใจบุญแท้จริงด้วยนะครับ ชาวพุทธเราหลายคนทีเดียวที่ทำบุญแบบส่งๆ หรือทำสักแต่หวังแลกความรักแบบง่ายๆ อันนั้นก็ทำบุญแบบไม่ฉลาดนัก)

และ เท่าที่มีโอกาสสัมผัสจริง คู่ที่หมั่นชวนกันภาวนาร่วมกัน ตะลอนๆหาวัดด้วยกัน จะมีสายสัมพันธ์อีกลักษณะหนึ่งให้สัมผัสรู้สึก มีความละเอียดอ่อนลึกซึ้งยิ่งกว่าคู่รักประเภทที่กล่าวมาข้างต้นมาก คือนอกจากกระแสความเยือกเย็นที่สื่อเป็นสายสัมพันธ์เหนียวแน่นแล้ว ยังมีความอบอุ่นมั่นคงอีกชนิดหนึ่ง ให้ความรู้สึกโปร่งเบา ปลอดภัย และมีความแน่นอนกว่ากันมาก อยู่ร่วมกันนานๆแล้วเมื่อกระแสจิตจูนตรงกัน ทั้งในระดับของการมีใจเปิดเป็นทาน ช่างให้ทั้งทรัพยทาน อภัยทาน วิทยาทาน ธรรมทาน ทั้งในระดับของการมีใจสะอาดเป็นศีล บริสุทธิ์สว่าง ห่างจากการคลุกกิเลสหยาบหนา ทั้งในระดับของการมีใจตั้งมั่นเป็นสมาธิ มีความมั่นคงแน่วแน่ในภายใน เป็นที่พึ่งให้แก่กันและกัน รวมทั้งตัวเองได้ ทั้งในระดับของการมีใจปล่อยวางอย่างเป็นพุทธิปัญญา ไม่ยึดมั่นถือมั่นแม้ในกันและกันรุนแรง แบบนี้นะครับ ไปไหนก็เป็นความชุ่มฉ่ำ สุกสว่างให้กับทุกที่ ทุกคนที่ใกล้ชิด

พูด แล้วเหมือนนิยาย แต่ก็คือความจริง มีจริง เป็นไปได้จริง ขอให้มีพื้นฐานธรรมะอยู่ในใจของทั้งฝ่ายชายฝ่ายหญิง เมื่อมาพบกัน รู้จักกัน ก็เกิดเรื่องจริงที่เหมือนอิงนิยายได้ทั้งนั้น เผลอๆนักประพันธ์จะคาดไม่ถึง จินตนาการไปไม่เจอด้วยซ้ำ เนื่องจากนักประพันธ์ส่วนใหญ่ขาดความเข้าใจที่แท้จริง ว่าคู่อุดมคติตามแนวพุทธแท้ๆนั้น มีองค์ประกอบ มีปัจจัยอุดหนุนมาอย่างไร

http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/001500.htm

http://dungtrin.com/visach_knowlove/c1.htm

1 Comment »

  1. tanicha said,

    ชอบดังตฤณ เรามีหนังสือแจกฟรีของท่านที่ นำคำคม มารวมเป็นเล่มเดียว เนื้อหาจะเกี่ยวกับคู่แท้นี่แหละ ^^ หลังจากอ่านแล้วทำให้เราปลงทันที


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: